วันเสาร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2554

กินอาหารเป็นยาเพื่อสุขภาพที่ดี:ผลแอปเปิ้ล(Apple)

An Apple A Day Keeps The Doctor Away


ผลแอปเปิ้ลมีเปอร์เซ็นต์ของสารฟรอสฟอรัสสูงกว่าผลไม้หรือผักอื่นใด ด้วยเหตุนี้แอปเปิ้ลจึงเป็นอาหารบำรุงประสาทและสมองที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง คนที่มีปัญหาทางด้านประสาทและสมองควรจะรับประทานแอปเปิ้ลอย่างน้อยสักสองผลในตอนเริ่มต้นรับประทานอาหารแต่ละมื้อ ในขณะเดียวกันเมื่อรับประทานแอปเปิ้ลแล้วก็ควรที่จะงดเว้นจากการดื่มน้ำชาและกาแฟ แต่ให้หันไปดื่มน้ำข้าวบาร์เลย์ น้ำสม หรือดื่มน้ำชาแอปเปิลแทนได้ก็จะดี

นอกจากนั้นแล้ว แอปเปิ้ลก็ยังมีคุณค่าสำหรับคนที่ป่วยเป็นโรคนิ่ว  เพราะจากการสังเกตพบว่าในประเทศที่ผลิตน้ำไซเดอร์ (เหล้าหมักผลแอปเปิ้ล)โดยไม่มีน้ำตาลเจือปน ประชากรจะไม่เป็นโรคนิ่วกันเลย  แต่กระนั้นก็ดีนักโภชนศาสตร์ก็ไม่แนะนำให้ดื่มน้ำไซเดอร์แต่แนะนำให้ดื่มผลแอปเปิ้ลสดแทนจะได้ผลมากกว่า

แอปเปิ้ลยังมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ป่วยด้วยโรคเก้าท์  เพราะในแอปเปิ้ลมีกรดมาลิค (malic acid) ที่จะเข้าไปช่วยทำให้สารที่ก่อโรคเก้าท์กลายเป็นกลางได้  แอปเปิ้ลเมื่อรับประทานดิบและไม่ใส่น้ำตาลจะช่วยลดกรดในกระเพาะได้ดี

สำหรับคนที่มีปัญหาสายตาไม่ดี พร่าฟาง ท่านผู้รู้ก็แนะนำให้รับประทานผลแอปเปิ้ลนี้อีกเช่นกัน  ซึ่งคนโบราณในสมัยก่อนก็เคยบำบัดรักษาตามาแบบนี้เหมือนกัน

คนที่ไอเจ็บคอก็ควรรับประทานแอปเปิ้ลดิบโดยบดใส่ในช้อนชารับประทานก็ได้ ซึ่งเวลารับประทานก็ให้กลั้วไว้ในลำคอสักพักแล้วค่อยกลืนลงท้อง

อาหารที่ปรุงด้วยผลแอปเปิ้ลส่วนใหญ่พบว่ามีคุณสมบัติทางยาสามารถแก้อาการเมาสุราได้ด้วยน้ำแอปเปิ้ล และน้ำชาแอปเปิ้ลเป็นน้ำดื่มที่วิเศษสุดสำหรับคนที่เป็นไข้

แอปเปิ้ลมีคุณสมบัติในการเรียกน้ำย่อยให้อยากรับประทานอาหาร  ดังนั้นตั้งแต่ครั้งโบราณกาลมาคนชาติยุโรปเขาจะมีประเพณีรับประทานผลแอปเปิ้ลก่อนที่จะรับประทานอาหารมื้อเย็น

ในยุโรปมีคำพังเพยโบราณบ่งบอกให้รับประทานแอปเปิ้ลกันคนละผลให้ได้ทุกวันจะได้ไม่ต้องไปหาหมอ (An Apple A Day, Keeps the Doctor Away)

ชาแอปเปิ้ล

วิธีทำชาแอปเปิ้ล มี 2 สูตร คือ

สูตรที่ 1  ใช้แอปเปิ้ล 2 ผล ล้างน้ำให้สะอาด อย่าปลอกเปลือก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่มะนาวผ่าซีกลงไปสักสองสามซีก   เทน้ำร้อนราดลงหนึ่งลิตร ปล่อยให้เย็น แล้วกรองเอาน้ำดื่มเป็นน้ำชา

สูตรที่ 2 ใช้แอปเปิ้ล 2 ผล เทราดด้วยน้ำร้อน ปล่อยให้เย็น แล้วกรองเอาน้ำดื่มเป็นน้ำชา

วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554

กินอาหารเป็นยาเพื่อสุขภาพที่ดี:มะพร้าว(Cocoanut)

Young Green Cocoanut

น้ำมันมะพร้าวมีประโยชน์ ใช้รักษาพยาธิในลำไส้ทุกชนิดแบบเก่าแก่และมีประสิทธิผลมากที่สุด

ดื่มน้ำมะพร้าวหนึ่งช้อนโต๊ะในเวลารับประทานอาหารเช้าทุกวันท่านจะปลอดจากโรค

ในรายงานทางสุขภาพของแพทย์เมื่อเร็วๆนี้พบว่า เนื้อมะพร้าวเมื่อรับประทานเข้าไปในร่างกายมีความสามารถที่จะลดจำนวนของไวรัสเอชไอวี’ (HIV)ลงได้ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม ค.ศ. 1996 กับผู้ป่วยโรคเอดส์ชื่อคริสต์ ดี. จากเมืองโคลเวอร์เดล มลรัฐอินเดียนา ประเทศสหรัฐอเมริกา 

คริสต์ ดี. ได้ตกลงใจที่จะหยุดบำบัดรักษาโรคเอชไอวีทุกอย่างและเขาต้องการจะเดินทางไปพักผ่อนในบั้นปลายของชีวิตอยู่ในป่าในแถบทวีปอเมริกาใต้ ในขณะนั้นไวรัสเอชไอวีของเขามีจำนวนเพิ่มขึ้นมามากถึง 600,000  ตัว ซีดีโฟว์ (CD4) นับจำนวนได้ 10 ตัว และซีดีเอท(CD8) มีจำนวนประมาณ 300 ตัว

ระหว่างเดือนตุลาคมของปีเดียวกันนั้น เขาได้เริ่มรับประทานมะพร้าวเผาที่คนเผ่าอินเดียนแดงเผาให้ทุกวันจนติดเป็นนิสัย  เมื่อเขาเดินทางกลับไปที่บ้านของเขาที่สหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม  ค.ศ. 1996  และเมื่อเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลปรากฏว่าจำนวนไวรัสเชื้อเอชไอวีในร่างกายของเขาได้ลดลงในระดับที่ไม่สามารถตรวจจับได้  และน้ำหนักตัวของเขาก็เพิ่มขึ้นประมาณ 32 ปอนด์

 คริสต์ ดี.มีความรู้สึกดีใจมาก และเขาก็ได้สนับสนุนให้เพื่อนๆที่เป็นโรคเอดส์รับประทานมะพร้าวเผาวันละครึ่งผลทุกวัน  ซึ่งเมื่อรับประทานแบบนี้อยู่ 4 สัปดาห์ ก็เข้าตรวจในโรงพยาบาลและก็ได้พบว่าเชื้อไวรัสเอชไอวีในร่างกายของเพื่อนๆได้ลดจำนวนลงจาก 900,000 ตัว เหลือเป็น 350,000 ตัว พอครบหนึ่งเดือนเมื่อได้ให้สารคริซิวาล (Crixivan) พร้อมๆกับรับประทานมะพร้าวเผาแล้ว ได้เข้าตรวจในโรงพยาบาลใหม่ก็ได้พบว่าจำนวนไวรัสเอชไอวีในร่างกายไม่สามารถตรวจจับได้

มะพร้าวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตของพวกอินเดียนแดงในประเทศซูรินาเม เพราะพวกเขาจะรับประทานมะพร้าวทุกเช้าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเจ็บป่วย

น้ำมันมะพร้าวมีกรดลอริค (lauric acid) ซึ่งกรดนี้ต่อมาจะถูกเปลี่ยนแปลงโดยร่างกายให้กลายเป็นสารโมโนลอริน (monolaurin) และสารโมโนลอรินนี้จะทำหน้าที่สร้างผนังสำหรับห่อหุ้มตัวไวรัสและบีบรัดจนไวรัสแตกตายทำลายขันธ์ไปในที่สุด  

แพทย์หญิง แมรี อีนิค( Mary Enig)  ซึ่งสำเร็จปริญญาโททางด้านโภชนศาสตร์ (Nutritional Sciences) และมีปริญญาเอกพ่;งท้ายด้วย ได้ทำการวิจัยในเรื่องของกรดไขมันต่างๆ  เธอได้เขียนไว้ว่า ในบรรดาพาโตรเจน(pathogens) (สิ่งเล็กๆที่ทำให้เกิดโรค) ที่ถูกทำลายโดยสารโมโนลอลินนี้ได้แก่ เอชไอวี(HIV), โรคหัด (measles), เอชเอสวี(HSV or herpes simplex virus), ไวรัสไข้หวัดนก(influenza virus), ไวรัสซีเอ็มวี(CMV or cytomegalovirus), และไวรัสนิวโมโน(pneumonovirus) ตลอดจนไวรัสแบคทีเรียบางชนิด

ในหนังสือชื่อ Positively Well ของ  ดร.ลาร์ก แลนด์ (Lark Lands)  ได้กล่าวถึงว่าที่ประเทศอินเดียเวลาที่ลูกวัวป่วยเป็นโรค protozoa cryptosporidium เขาจะรักษาด้วยการให้ดื่มน้ำมันมะพร้าว 

ส่วนรายงานของมาร์ก คอนลี ( Mark Konlee) ฉบับที่ 14 ใน Positive Health News ก็ได้กล่าวถึงการวิจัยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของมะพร้าวและกรดลอลิกว่าสามารถรักษาโรค neuropathy ได้ในหลายสถานการณ์

แพทย์หญิงแมรี อีนิค แนะนำให้คนในวัยผู้ใหญ่ทุกคนรับประทานกรดลอลิคให้ได้วันละประมาณ 24 กรัมโดยรับประทานจากอาหารที่มีส่วนผสมของกรดลอลิคนี้ 

เธอใช้วิธีคำนวณโดยอิงปริมาณของกรดลอลิกที่มีอยู่ในน้ำนมของมารดาที่เลี้ยงทารก ซึ่งปริมาณ 24 กรัมของกรดลอลิคก็เท่ากับน้ำมันมะพร้าว 3.1/2 ช้อนโต๊ะ หรือเท่ากับดื่มกะทิสดปริมาณ 10 ออนซ์  เนื้อมะพร้าวดิบปริมาณ 7 ออนซ์จะมีกรดลอลิกเท่ากับปริมาณที่ต้องการทุกวันคือ 10 ออนซ์นั่นเอง

ในรายงานทางการแพทย์ของ มาร์ก คอนลี( Mark Konlee) เขาได้ให้ความเห็นต่างออกไปเกี่ยวกับการใช้มะพร้าวในรูปแบบต่างๆเช่นในรูปแบบของน้ำกะทิ และแม้กระทั่งในรูปแบบของน้ำมัน 

สำหรับคนที่แพ้มะพร้าวก็ไม่ต้องวิตกกังวลอะไรมากนัก น้ำมันมะพร้าวนี่สามารถรับประทานได้อย่างสบาย เพราะที่แพ้กันนั้นเป็นการแพ้โปรตีนที่พบในเนื้อมะพร้าวไม่ใช่แพ้ในน้ำมันมะพร้าว

กินอาหารเป็นยาเพื่อสุขภาพดี:หน่อไม้ฝรั่ง (ASPARAGUS)

หน่อไม้ฝรั่ง (ASPARAGUS)

หน่อไม้ฝรั่ง (ASPARAGUS) มีประโยชน์คือ จะช่วยเสริมสร้างและพัฒนาความสามารถทางด้านศิลปะ
นอกจากนั้นแล้วก็จะช่วยให้หัวใจไม่เต้นรัว  มีประโยชน์สำหรับคนที่เป็นโรคเข้าข้อ  ในเวลาปรุงหน่อไม้ฝรั่งเป็นอาหารควรใช้วิธีนึ่งจะมีกว่าวิธีต้ม เพราะหากใช้วิธีต้มจะทำให้คุณค่าทางเกลือของมันจะเสียไป


จากการวิจัยพบว่า หน่อไม้ฝรั่ง สามารถปรับระดับอินซูลินในร่างกายได้ ทำให้มันมีประโยชน์ในการป้องกันโรคเบาหวาน นอกจากจะจะช่วยให้ปรับอินซูลินในร่างกายให้มีสภาวะคงที่แล้ว หน่อไม้ฝรั่งก็ยังมีสารแร่ธาตุบางอย่างที่ช่วยในการขับปัสสาวะออกมาได้ตามธรรมชาติ   การขับปัสสาวะนี้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการก่อตัวของน้ำปัสสาวะในไต และนี่ก็จะช่วยให้ร่างกายขับสิ่งสกปรกออกมาและให้สะอาดได้โดยธรรมชาติ

หากมองดูที่รูปลักษณ์ของหน่อไม้ฝรั่งแล้วก็จะเห็นว่ารูปลักษณ์ของมันบ่งบอกถึงประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของมันคือเป็นยาปลุกกำหนัด  มันเป็นหนึงในอาหารที่ดีที่สุดในการปลุกความรู้สึกทางเพศ

หน่อไม้ฝรั่งก็ยังเป็นหนึ่งในพืชที่หายากที่มีสารอินซูลิน ซึ่งสารอินซูลินนี้ใช้เลี้ยงแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ของร่างกาย  ช่วยให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้ดีและก็ยังมีประโยชน์ในการป้องกันการเจริญเติบโตเกินพอดีของยีสต์ด้วย

ในกรณีของสตรีเพศที่กำลังตั้งครรภ์หรือว่าคิดอยากจะตั้งครรภ์ ท่านก็จะได้ประโยชน์จาการรับประทานหน่อไม้ฝรั่งนี้ เพราะในหน่อไม้ฝรั่งมีสารฟอเลตเป็นจำนวนสูงมากซึ่งสารตัวนี้มีความสำคัญมากเป็นพิเศษในช่วงแรกๆของการตั้งครรภ์  สารฟอเลตนี้จะช่วยไปลดการสุ่มเสี่ยงความพิการของท่อธรรมชาติและช่วยให้ทารกในครรภ์ของคุณพัฒนาระบบสมองตามปกติและมีความแข็งแรง

หน่อไม้ฝรั่งเป็นหนึ่งในสุดยอดอาหารของโลก  และที่นำมาเสนอต่อไปนี้เป็นประโยชน์ของหน่อไม้ฝรั่ง:

1.หน่อไม้ฝรั่งมีประโยชน์ต่อเส้นเลือดหล่อเลี้ยงหัวใจ
2.หน่อไม้ฝรั่งช่วยให้อารมณ์แจ่มใสและช่วยป้องกันการซึมเศร้า
3.หน่อไม้ฝรั่งช่วยขจัดหูดออกจากร่างการได้
4. หน่อไม้ฝรั่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกายได้
5.หน่อไม้ฝรั่งประโยชน์สำหรับสตรีที่มีครรภ์และจะช่วยกระตุ้นให้มีน้ำนมไหลออกมาเลี้ยงทารก
6. หน่อไม้ฝรั่งมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่จะช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งในร่างกาย
7.หน่อไม้ฝรั่งมีสารต่อต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพมาก
8. หน่อไม้ฝรั่งช่วยบำรุงไตให้แข็งแรงโดยป้องกันหินก่อตัวและช่วยในกระบวนการฟอกของเสีย
9.หน่อไม้ฝรั่งช่วยรักษาการอักเสบของกระเพาะปัสาวะ
10.หน่อไม้ฝรั่งมีประโยชน์ในการต่อต้านเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์
11. หน่อไม้ฝรั่งช่วยป้องการเส้นโลหิตตีบ
12. หน่อไม้ฝรั่งมีคุณสมบัติต่อต้านมะเร็งซึ่งจะมีประโยชน์เป็นพิเศษในการป้องกันการเกิดมะเร็งปอด
13. หน่อไม้ฝรั่งมีคุณสมบัติในการขจัดความเหนื่อยอ่อน
14 หน่อไม้ฝรั่งช่วยลดความดันของโลหิต
15.หน่อไม้ฝรั่งเป็นอาหารที่ช่วยรักษาสมดุลพีเอช(pH)ในร่างกาย
16. ในกรณีที่คุณมีปัญหาในเรื่องผมร่วงและศีรษะล้าน  การรับประทานหน่อไม้ฝรั่งจะช่วยบำรุงการงอกของเส้นผมและจะทำให้เส้นผมขึ้นดกดำเหมือนคนหนุ่มคนสาว

Source :  Food as Medicine: http://foodasmedicine.net/Benefits-of-Asparagus.html